เครื่องรางของขลัง แนะนำ
1.ของเสน่ห์ เสริมความรัก คู่รัก คลิกที่นี่
2.
ของให้โชคเสริมหวย งาน เงิน คลิกที่นี่
3.
วัตถุมงคลมาใหม่ล่าสุด คลิกที่นี่
4.
วัตถุมงคลทั้งหมดคลิกที่นี่


คอลัมน์พระเครื่อง เหล็กน้ำพี้ ดาบเหล็กน้ำพี้ เหล็กไหล วัตถุมงคล พระสมเด็จ พระกรุ พระเก่า พระผง พระแจกฟรี มีดเหล็กน้ำพี้ มีดหมอเหล็กน้ำพี้ ของเสน่ห์ ของเสน่ห์แรงๆ ของเสน่ห์เขมร แก้วขนเหล็ก เพชรหน้าทั่ง เหล็กไหล7สี

เพิ่มเพื่อนทางไลน์
เพิ่มเพื่อนทางไลน์

มาเป็นเพื่อนกันเถอะ ไอดีไลน์ @line55
สแกน QR Code ด้านล่างนี้

พระพุทธฉายเงาแห่งพระพุทธองค์ ตำนานพระพุทธฉาย-รอยพระฉาย
พระเครื่อง
IP : 182.53.226.27


2 ม.ค. 2558
เวลา 14:48:55 น.

พระพุทธฉายเงาแห่งพระพุทธองค์ ตำนานพระพุทธฉาย-รอยพระฉาย

ย้อนไปในอดีตหลังจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเข้าสู่ปรินิพพาน นอก จากพระบรมสารีริกธาตุที่พุทธศาสนิกชนนำมาเคารพกราบไหว้บูชาแล้ว ก็ได้สรรหาสัญ ลักษณ์ต่างๆ มาแทนองค์ เพื่อระลึกนึกถึงคำสั่งสอนของพระพุทธองค์อีกด้วย อาทิ ปางมหาภิเนษกรมณ์ ทำเป็นรูปม้าผูกเครื่องไม่มีคนขี่ ปางประทานปฐมเทศนา ทำเป็นรูปธรรมจักรมีกวางหมอบ อันหมายความว่า ทรงแสดงพระธรรมจักรในมฤคทายวัน เพราะในสมัยนั้นยังไม่มีการสร้างรูปสมมติคล้ายมนุษย์

จนกระทั่งหลังพุทธศตวรรษที่ 6 จึงเริ่มมีการสร้างรูปสมมติขึ้นโดยฝีมือช่างแคว้นคันธารราฐและช่างเมืองมธุรา เรียกกันว่า "พระพุทธรูป" นักปราชญ์บางท่านกล่าวว่า พระ พุทธรูปองค์แรกเกิดในรัชกาลพระเจ้ากนิษกะ แห่งราชวงศ์กุษาณะ (พ.ศ.662-706) เป็นฝีมือช่างกรีกโรมัน ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากเอเชียตะวันตก และด้วยเหตุที่การสร้างพระพุทธรูปได้ล่วงเลยเวลาที่พระพุทธองค์ปรินิพพานมานาน ทำให้การสร้างยึดตามแบบคัมภีร์ อันจะน้อมนำไปสู่คำสั่งสอนของพระพุทธองค์มากกว่าที่จะสร้างให้เหมือนจริง

 


ต่อมามีผู้นิยมสร้างพระพุทธรูปกันอย่างแพร่หลาย และคิดทำเป็นพระพุทธรูปปางต่างๆ หลายปาง ตามเรื่องราวและอิริยาบถต่างๆ ในพุทธประวัติ

นอกจากนี้ ยังมีสัญลักษณ์ที่เป็นเครื่องสื่อความหมายแทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เสมือนได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดองค์ท่านด้วยพระองค์เคยเสด็จมา ณ สถานที่แห่งนั้น นั่นก็คือ "รอยพระพุทธบาท" ในประเทศไทยเรามีปรากฏอยู่หลายแห่งด้วยกัน เนื่องด้วยเป็นดินแดนแห่งพุทธศาสนามาแต่ครั้งอดีตกาล ซึ่งเราได้ฟังได้อ่านกันอยู่เกี่ยวกับพุทธประวัติก็คือ ดินแดนชมพูทวีป คือ อินเดียและดินแดนสุวรรณภูมิก็คือประเทศไทย แต่สิ่งหนึ่งที่ถือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกก็ว่าได้ เพราะไม่มีหลักฐานการพบเห็นเลยในที่อื่นๆ ที่เป็นดินแดนแห่งพุทธศาสนา นั่นคือ "พระพุทธฉาย" ซึ่งปรากฏอยู่ที่ วัดพระพุทธฉาย อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี

พระพุทธฉาย หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า "พระฉาย" นั้น คือเงาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ลักษณะเป็นเส้นเงาสีแดงเข้ม ปรากฏอยู่บนหน้าผาหินปูน สูงประมาณ 5 เมตร มีพุทธลักษณะเป็นรูปพระพุทธเจ้ายืนอุ้มบาตร ในอดีตที่เล่าสืบต่อกันมา "รอยพระฉาย" นี้ ปรากฏให้เห็นชัดเจนมาก แต่ด้วยกาลเวลาที่ยาวนานถูกแดด ถูกลม ถูกฝน ฯลฯ ปัจจุบันจึงเลือนรางลงไปมาก ถ้าจะกล่าวในเชิงวิทยาศาสตร์ว่า ภาพที่เห็นนั้นเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติก็พอจะมีเหตุผลเกื้อกันได้ แต่ถ้ามองในแง่ของพระพุทธปาฏิหาริย์แล้ว "รอยพระฉาย" นับเป็นประโยชน์ที่จะโน้มนำให้ผู้คนสนใจพุทธศาสนายิ่งขึ้น เพื่อจะสืบทอดพุทธศาสนาให้คงอยู่และเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป ไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องของการงมงายและไม่เชื่อในหลักของวิทยาศาสตร์แต่อย่างใด

 


พระพุทธฉาย ค้นพบครั้งแรกในสมัยที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี รัชสมัยพระเจ้าทรงธรรม ราวปี พ.ศ.2163-2171 ซึ่งในครั้งนั้นพระองค์ทรงโปรดฯ ให้ค้นหารอยพระพุทธบาท จึงได้ ค้นพบรอยพระฉายด้วย มีตำนานมากมายกล่าวถึงความเป็นมาของรอยพระพุทธฉาย ไม่ว่าจะเป็นคำให้การของชาวกรุงเก่า หรือ ตำนานพระพุทธฉาย ฉบับกรมศิลปากร ฯลฯ แต่เนื้อความก็เป็นแนวที่ใกล้เคียงกัน กล่าวคือ

เมื่อสมัยพุทธกาล สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารบุพพาราม ในนครสาวัตถี ได้ประทานอุปสมบท (บวช) พระบิณ โฑละให้เป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา แล้วทรงมอบหมายให้พระโมคคัลลานะพาไปปฏิบัติสมณธรรมจนกว่าจะสำเร็จมรรคผล พระโมคคัลลานะได้นำพระบิณโฑละไปปฏิบัติสมณธรรมในดินแดนชมพูทวีป (อินเดีย) หลายต่อหลายแห่ง พระบิณโฑละก็ไม่สามารถบรรลุมรรคผลตามประสงค์ ในที่สุดจึงพามาที่ปัจจันตชนบทโดยกำหนดเอาประเทศสุวรรณภูมิ (ประเทศไทย) ณ ภูเขาฆาฏกะ อันเป็นที่อาศัยของนายพรานฆาฏกะและบริวาร จึงได้สำเร็จมรรคผลเป็นพระอริยบุคคลในพระพุทธศาสนา

ระหว่างที่ปฏิบัติสมณธรรมอยู่ ณ สถานที่นั้น พระโมคคัลลานะได้ทราบถึงพฤติกรรม ของนายพรานฆาฏกะกับบริวาร ว่าเป็นผู้มีสันดานหยาบช้า โหดร้าย ทารุณ มีอาชีพทางล่า* พระโมคคัลลานะได้แสดงปาฏิหาริย์หลายๆ ประการเพื่อจะทำให้นายพรานฆาฏกะเลื่อมใส ในพระพุทธศาสนา แต่ก็ไม่สำเร็จ เมื่อกลับไปเฝ้าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็กราบทูลเรื่องราว ให้ทรงทราบ พระองค์จึงเสด็จมาโปรดที่ภูเขาฆาฏกะ และได้ทรงแสดงปาฏิหาริย์หลายอย่างหลายประการ เพื่อให้นายพรานฆาฏกะละทิฐิมานะสันดานหยาบช้า หันมาสนใจเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา

จนในที่สุดนายพรานฆาฏกะเกิดความศรัทธาและทูลขออุปสมบท พระบรมศาสดาได้ประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทา (บวชให้ด้วยพระองค์เอง) แล้วตรัสสั่งสอนให้ปฏิบัติสมณธรรมจนสำเร็จพระอรหันต์เป็นพระอริยบุคคลในพระพุทธศาสนา

เมื่อพระบรมศาสดาจะเสด็จกลับยังพระวิหารบุพพาราม ภิกษุฆาฏกะทูลขอติดตามไปด้วย พระองค์ทรงห้ามไว้ และขอให้อยู่เพื่อช่วยประกาศพระศาสนาต่อ พระฆาฏกะจึงทูลขอสิ่งแทนองค์ที่จะใช้เคารพสักการะ พระองค์ ได้ทรงแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ให้เงาของพระองค์ติดอยู่ ณ เงื้อมภูเขาแห่งนี้ และประทับรอยพระพุทธบาทไว้อีกด้วย ซึ่งจะได้เป็นที่สักการะเคารพกราบไหว้ของพระฆาฏกะและบริวาร ตลอดจนพุทธศาสนิกชนทั่วไป ตราบเท่า ทุกวันนี้

จากตำนานเล่าขานนี้ เป็นคติที่พยายามแสดงให้เห็นว่าครั้งหนึ่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จมาสู่ดินแดนสุวรรณภูมิ และได้ฝากสัญลักษณ์แทนองค์เพื่อการกราบไหว้บูชาที่ไม่เหมือนสถานที่ใดในโลก นั่นคือ "เงาของพระองค์" ครับผม

 







เพิ่มเพื่อนทางไลน์
เพิ่มเพื่อนทางไลน์

มาเป็นเพื่อนกันเถอะ ไอดีไลน์ @line55
สแกน QR Code ด้านล่างนี้


+ + +ร่วมกันแสดงความคิดเห็น + + +

ร่วมกันแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
แสดงความคิดเห็น

- สำหรับสมาชิกจะสามารถแนบไฟล์ได้
- บุคคลทั่วไป หากอยากได้สิทธิพิเศษในการโพสต์ คลิก
สมัครสมาชิก เลย
กรอกข้อมูลส่วนตัว
ผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก กรอกข้อมูลที่นี่
โดย *
อีเมล์
สมัครสมาชิก คลิกที่นี่
- ได้นามแฝงประจำบอร์ด ไม่ซ้ำใคร
- อัพโหลดไฟล์ได้
สมาชิกกรอกข้อมูลที่นี่ ระบบจะดึงข้อมูลส่วนอื่นๆ มาให้โดยอัตโนมัติ
แนบไฟล์






แทรกรูปภาพได้ไม่เกิน 400 K, ไฟล์อื่นๆ (.zip, .swf) ไม่เกิน 400 K
รูปภาพต้องเป็น *.jpg หรือ *.gif เท่านั้น
ชื่อล็อกอิน *
รหัสผ่าน *

แจกฟรีหลวงปู่ทวดทรงพญานาค1องค์คลิกที่นี่