หวย / หวยกูสยาม / ดูดวง  / ดูดวงมีสุข  / ดูชื่อสกุล / ฟุตบอล / เว็บสำเร็จรูป / แจกของขลัง / มีเกมส์ / เกมส์ / ภาคเหนือ
ดูดวงกูสยาม / สารบัญเว็บมีสุข / สารบัญเว็บ / เกมส์กูสยาม / ฟังเพลง / ฟุตบอลเด็ด / งานราชการ / ตลาด / ข่าว/ วาไรตี้
คลิป VDO / ข่าวดารา / ของเด็ด / โปรแกรม / ผู้หญิงSEX /  เกมส์มัน /  Site map



สุดยอด 10 เครื่องราง ของขลัง ดูทั้งหมด 2,000 รายการ คลิกที่นี่
ของอาถรรพ์ ใช้ผัวหลง/สาวหลง ของให้โชคการพนัน ของขลังฝังเสาบ้าน  เหล็กไหล  แก้วขนเหล็ก ปู่ทวดรุ่นเหล็กไหล
ขุนแผน/นางกวักมหาเสน่ห์ น้ำมันหุงผัวหลง/สาวหลง  ถุงแดง 9 ของขลัง  มีดหมอล้างอาถรรพ์เหล็กน้ำพี้

ลูกเมียเสี่ยบินกลับ ยันร่างทรงไม่ได้ลวง

ลูกเมียเสี่ยบินกลับ โต้ถูกลวง ร่างทรงแขกมาด้วย

 
         
 
กลับมาแล้ว - นางนันทนา ภูมิปัญจทรัพย์ เมียเสี่ยอะไหล่จยย. ให้การตำรวจ หลังจากพาลูกๆ รวม 3 คน และอาจารย์ดาส (เสื้อขาว) นักบวชฮินดู บินจากอินเดียกลับมาประเทศไทย โดยเผยถึงสาเหตุที่หายตัวไปเพราะมีปัญหาครอบครัวกับสามี เมื่อวันที่ 18 พ.ค.
 

กลับมาแล้วลูกเมียเสี่ยอะไหล่ ที่ผัวร้องสงสัยร่างทรงแขกล่อลวงไปอินเดีย เมียพาลูกๆบินกลับมาถึงเมืองไทยพร้อมร่างทรงชาวอินเดีย เข้าพบตร.ก่อนเปิดแถลง ยอมรับหอบลูกๆไปอินเดียจริง แต่ไม่ได้ถูกล่อลวง ที่ต้องไปเพราะหนีถูกเสี่ยซ้อมและกดดันมาตลอด ทนมากว่า 20 ปีจนทนไม่ไหว ต่อมามีเพื่อนแนะให้ไปพบอาจารย์ เห็นว่าเป็นคนดีจึงให้ทำเรื่องไปอินเดียให้ แล้วหลอกผัวว่าจะพาลูกไปบ้านเพื่อน ก่อนบินไปนอก คิดว่าเรื่องจะเงียบแต่กลับเป็นข่าวใหญ่โต จึงต้องกลับมา ยืนยันหย่าผัวแน่

จากกรณีนายเศรษฐา ภูมิปัญจทรัพย์ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 671/167 ถ.จรัญสนิทวงศ์ แขวงอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กทม. เสี่ยเจ้าของร้านอะไหล่รถจักรยานยนต์ เข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดต่อเด็ก เยาวชนและสตรี (บก.ปดส.) ว่าภรรยาคือนางนันทนา ภูมิปัญจทรัพย์ อายุ 45 ปี และลูกๆคือน.ส.นวลจุฑา อายุ 18 ปี น.ส.ณิชารีย์ อายุ 15 ปี และด.ช.ธนธัต อายุ 10 ปี หายไปจากบ้านตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา พร้อมทรัพย์สินเงินสด เพชร ทองแท่ง รวมกว่า 6 ล้านบาท เชื่อว่าถูกนายดาโม ดาดาส ร่างทรงชาวอินเดียล่อลวงไป หลังจากนางนันทนาเกิดไปเลื่อมใสเทพเจ้าศาสนาฮินดู และได้พบนายดาโม ที่อาศรมย่านวัดแขก นายดาโมได้หว่านล้อมนางนัทนาจนเกิดศรัทธาอย่างรุนแรง ถึงขนาดบริจาคเงินครั้งละเป็นแสนๆบาทและยังชักจูงจนลูกๆศรัทธาไปด้วย ก่อนทั้งหมดจะหายตัวไป ล่าสุดนางนันทนาโทรศัพท์มาหาน้องสาว ร่ำไห้บอกว่าอยากกลับบ้าน ก่อนสายโทรศัพท์จะโดนตัดไป ตามข่าวที่เสนอไปแล้ว

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 18 พ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายเศรษฐาเข้าพบกับพล.ต.ท.รณรงค์ ยั่งยืน โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอความช่วยเหลือกรณีการหายตัวไปของภรรยาและบุตร ที่คาดว่าน่าจะถูกร่างทรงชาวอินเดียหลอกลวงไปต่างประเทศพร้อมทรัพย์สินจำนวนมาก ซึ่งพล.ต.ท.รณรงค์ ได้รับเรื่องไว้ และมอบหมายให้พล.ต.ต.จรัมพร สุระมณี รองผบช.ก เป็นผู้ดูแล จากนั้นนายเศรษฐาจึงเดินทางกลับ

ต่อมาเวลา 14.00 ที่สนามบินสุวรรณภูมิ นางนันทนา พร้อมด้วยลูกๆทั้ง 3 คน และนายดามา ดาร์ดาส แบรมแมคชารี นักบวชศาสนาฮินดู ลัทธิฮาเลกฤษณะ เดินทางจากประเทศอินเดียกลับมายังประเทศไทยด้วยสายการบินแอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ IC 731 กัลกัตตา-กรุงเทพ เมื่อทั้งหมดเดินทางผ่านช่องตรวจค้นเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ประจำด่านที่ทราบข่าว จึงได้แจ้งเรื่องไปยังผู้บังคับบัญชา สตม.จึงประสานไปที่บก.ปดส. ที่รับแจ้งการหายตัวไปของนางนันทนา จากนั้นจึงให้นางนันทติดต่อไปยัง พล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์ ผบก.ปดส. เพื่อเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง ทั้งหมดจึงได้เดินทางมาที่กองบังคับการปดส.

เมื่อเดินทางมาถึง นางนันทนา ลูกสาวลูกชาย พร้อมด้วยนายดามา และทนายความของนางนันทนา เข้าพบพล.ต.ต.วิมล พ.ต.อ.ทวิชชาติ พละศักดิ์ พ.ต.อ.ทรงวุฒิ ถวัลย์กิจดำงรค์ รองผบก.ปดส. พ.ต.อ.มนตรี ยิ้มแย้ม ผกก.1 พ.ต.ท.นิพนธ์ เจริญศิลป์ รองผกก.1 พ.ต.ท.มีชัย ศรุตานันทะ พงส.(สบ3)กลุ่มงานสอบสวน ปดส. เพื่อชี้แจงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แยกลูกๆของนางนันทนาไปนั่งพักอยู่อีกห้องหนึ่ง จากนั้นจึงร่วมกันซักถามนางนันทนาและนายดามาอย่างเคร่งเครียด ทั้งนี้ตลอดเวลาที่ตำรวจซักถาม นางนันทนามีอาการเศร้าโศก น้ำตาคลอเบ้าอยู่เป็นระยะ ส่วนนายดามาอยู่ในอาการสงบ
 
ระหว่างนั้นพล.ต.ต.จรัมพร สุระมณี รองผบช.ก. นำตัวนายเศรษฐามายังบก.ปดส. โดยให้นายเศรษฐาไปนั่งรออยู่ในห้องของผบก.ปดส.ก่อน เพื่อไม่ให้เกิดการเผชิญหน้ากัน จากนั้นพล.ต.ต.จรัมพรได้มาร่วมสอบสวนนางนันทนาอย่างละเอียด ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น และอนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าซักถามข้อเท็จจริงจากนางนันทนา และนายดามาได้

พล.ต.ต.จรัมพร กล่าวว่า กรณีดังกล่าว ผู้บังคับบัญชาได้มอบหมายให้บช.ก.รับผิดชอบดำเนินการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจบก.ปดส.ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด กระทั่งทราบว่า นางนันทนา ลูกๆ และนายดามาเดินทางเข้าประเทศไทย เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น.โดยสายการบินแอร์อินเดียเที่ยวบินที่ 731 จึงให้ทั้งหมดมาที่บก.ปดส. เพื่อสอบถามรายละเอียด จากข้อเท็จจริง ตำรวจได้สอบสวนทั้งสองฝ่ายแล้ว ได้ความว่าข้อเท็จจริงอาจจะคลาดเคลื่อนไปบ้าง หลังจากรับคำร้องทุกข์ของนายเศรษฐาแล้วได้มีการสอบสวนเรื่อยมา และเมื่อมีการสอบถามภรรยาและลูกๆนายเศรษฐาแล้ว ก็ทราบว่าการเดินทางไปประเทศอินเดียของนางนันทนาและลูกๆนั้นเป็นไปด้วยความสมัครใจ ส่วนเรื่องทางคดีนั้นคงต้องสอบสวนเพิ่มเติม แต่จะไม่มีการขออนุมัติจับกุมผู้ใดทั้งสิ้น เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องภายในครอบครัวที่ต้องแก้ปัญหากันเอง

ด้านนางนันทนา กล่าวว่า สาเหตุที่สามีมาร้องทุกข์ว่าตนและลูกๆหายตัวไปนั้น น่าจะเป็นเพราะพวกตนหายไป ก่อนหน้านี้ได้เขียนจดหมายหลอกสามีว่าจะไปงานทำบุญบ้านเพื่อน แต่จริงๆต้องการเดินทางออกนอกประเทศ สาเหตุเพราะตนกับสามี มีปัญหาในครอบครัวกันมาเนิ่นนานถึง 20 กว่าปี ปัญหาที่ว่าคือมีการทำร้ายร่างกายและกดดันทางจิตใจตลอดเวลา จึงตัดสินใจเขียนจดหมายหลอกสามี และคิดว่าหากเดินทางไปแล้วสามีตามตัวไม่เจอ เรื่องก็จะเงียบไปเอง

นางนันทนา กล่าวด้วยว่า ในการเดินทางนั้นมีนายดามา หรือที่ตนเรียกว่าอาจารย์ดาส ซึ่งเป็นบุคคลที่เคารพนับถือเป็นคนพาไป และเป็นธุระในเรื่องการพาลูกๆทั้งหมดไปด้วยเพราะไม่ต้องการทิ้งลูกเอาไว้ เมื่อไปถึงอินเดียได้ไปหาบ้านเช่าในเมืองกัลกัตตา และตั้งใจจะให้ลูกๆเรียนที่นั่น ส่วนที่มีข่าวว่ามีการหลอกลวงเอาทรัพย์สินไปนั้นขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ถึงตอนนี้แล้วไม่ต้องการที่จะพบสามีและไม่อยากเห็นหน้า แต่ที่เดินทางกลับมานั้นเพราะทราบข่าวว่าสามีไประรานถึงที่อยู่ของอาจารย์ เมื่อทราบว่าอาจารย์ดาสจะเดินทางกลับมาประเทศไทยในวันนี้ ประกอบกับเพื่อนๆที่อยู่ประเทศไทยส่งข่าวไปให้ทราบว่ามีเรื่องครอบครัวเป็นข่าว จึงทำให้ตนเหมือนถูกบีบจนทนไม่ไหว จึงตัดสินกลับมาพร้อมกับอาจารย์ดาสเพื่อมาชี้แจง

"ขอยืนยันว่าอาจารย์ดาสเป็นคนดี และมีครอบครัวที่อบอุ่นมาก ภรรยาของอาจารย์ทราบเรื่องของดิฉันดี ดิฉันเคยโทร.ไปหาอาจารย์บ่อยครั้ง ภรรยาเขาก็ไม่เคยว่าอะไรแถมยังให้กำลังใจมาตลอด คนเราเมื่อถึงที่สุดไม่มีทางที่จะเลือกก็ต้องทำ คนงานในบ้านก็ขอออกกันหมดเลย ดิฉันทนสภาพครอบครัวไม่ไหวแล้ว ก็เลยหาทางออกว่าจะเลือกไปประเทศไหน แต่ไม่ค่อยรู้จักที่ๆจะไป ถ้าไปก็จะไปได้คนเดียว พอดีเพื่อนของพี่แนะนำว่าให้ไปหาอาจารย์ดาส ซึ่งไม่เคยรู้จักมาก่อน เมื่อพบอาจารย์แล้วก็เห็นว่าเป็นคนดีไม่มีอะไร ถ้าไปอินเดียอาจไปได้ทั้งหมดแม่ลูก ก็เลยขอร้องให้อาจารย์ทำเรื่องการเดินทางให้ เรื่องทั้งหมดนี้เชื่อมั่นในตัวเพื่อน เมื่อถึงที่สุดของชีวิตก็เลยตัดสินใจทำไป จริงๆรักเมืองไทย แต่ถ้าจะอยู่ก็ต้องมั่นใจว่าที่นี่ปลอดภัย หลังจากนี้คงจะฟ้องหย่าสามี ส่วนลูกๆทุกคนดิฉันจะดูแลเอง ยังไม่รู้จะทำอย่างไร ขอให้เป็นเรื่องของอนาคต" นางนันทนากล่าว

นายดามา กล่าวว่า เมื่อทราบว่านางนันทาต้องการเดินทางไปประเทศอินเดีย ก็รู้สึกดีใจและอยากต้อนรับ เพราะปกติชาวอินเดียเดินทางมาประเทศไทยเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ค่อยมีคนไทยไปอินเดีย อยากให้รู้ว่าคนอินเดียมีจิตใจเมตตา ต้องการช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยาก ซึ่งเป็นความเชื่อทางศาสนาด้วย ส่วนเรื่องที่ถูกกล่าวหาว่าไปหลอกเงินนางนันทนานั้นไม่เป็นความจริง แม้แต่เงินเล็กๆน้อยๆก็ไม่เคยรับ แต่ถ้าหากเป็นการทำบุญก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ขอยืนยันว่าไม่เคยมีการเรียกรับทรัพย์สินจากนางนันทนาแต่อย่างใด

ด้านนายเศรษฐายืนยันว่า จะขอดำเนินการตามที่ได้ร้องทุกข์ไว้กับตำรวจต่อไป เพราะเชื่อว่าเรื่องนี้มีเงื่อนงำ โดยเฉพาะเรื่องการหลอกหลวงเอาทรัพย์สินไปตามที่ได้แจ้งความไว้ ไม่ว่าจะเป็นทองคำแท่ง เงินสด เครื่องเพชร ส่วนสาเหตุที่ภรรยาให้การกับตำรวจตรงข้ามนั้น เชื่อว่าคงมีการเตรียมกันมาก่อน สำหรับเรื่องที่ว่าตนทำร้ายร่างกายภรรยานั้น ยอมรับว่ามีบ้าง แต่ไม่ได้รุนแรง ที่มีปัญหาทะเลาะกันส่วนใหญ่มาจากเรื่องที่ตนต้องการให้เก็บทรัพย์สินไว้เพื่ออนาคตของลูกๆ แต่นางนันทนาก็แบ่งไปทำบุญบริจาค ส่วนการที่ภรรยาจะขอฟ้องหย่า คงไปห้ามไม่ได้ แต่ลึกๆแล้วก็รู้สึกดีใจที่ภรรยาและลูกทั้งสามคนกลับมาอย่างปลอดภัย

หลังจากให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ทั้งสองฝ่ายก็แยกย้ายกันกลับไป โดยนางนันทนา พร้อมด้วยลูกๆและนายดามานั่งรถไปทางหนึ่ง ส่วนนายเศรษฐาขับรถไปอีกทางหนึ่ง

วันเดียวกันที่วัดพระศรีมหาอุมาเทวี หรือวัดแขก แขวงสีลม เขตบางรัก บรรยากาศตั้งแต่เช้าหลังวัดเปิดให้ประชาชนเข้ามาไหว้พระศรีมหาอุมาเทวี ปรากฏว่ามีประชาชนที่เลื่อมใสศรัทธาจำนวนมาก เดินทางมากราบขอพรจากองค์พระศรีมหาอุมาเทวี รวมทั้งนายนิธิชัย ยศอมรสุนทร หรือ"หยวน ดรากอนไฟว์" นักแสดงหนุ่ม ที่มาไหว้พร้อมดารานางแบบ "เมาท์ซี่" น.ส.เบญจวรรณ เทิดทูนกูล แฟนสาว

"หยวน ดรากอนไฟว์" เปิดเผยว่า ปกติจะเดินทางมากราบไหว้ขอพรจากองค์พระมหาอุมาเทวีทุกวันศุกร์ ซึ่งถือเป็นวันไหว้องค์อุมาฯ ถ้าไม่มากับเพื่อนก็จะมากับแม่บุญธรรมเพราะเลื่อมใสศรัธาประกอบกับตนมีอาชีพเป็นนักแสดงด้วย ไม่ได้มากราบขอเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เมื่อมาแล้วสบายใจ

ต่อมานายสุรพงษ์ สิริธรกุล อายุ 53 ปี เลขานุการวัดพระศรีมหาอุมาเทวี นำผู้สื่อข่าวเข้าไปดูการประกอบพิธีด้านในโบสถ์ โดยที่ผนังโบสถ์ติดข้อความมีใจความว่า "เนื่องจากได้มีบุคคล ชาวอินเดีย และอื่นๆหลายท่าน ได้แอบอ้างเอาชื่อวัดไปขอรับบริจาคจากบุคคลภายนอก คณะกรรมการวัดขอประกาศให้ทราบว่าทางวัดไม่เคยมีนโยบายที่จะส่งคนไปขอรับบริจาคนอกวัดเป็นอันขาด โปรดอย่าหลงเชื่อบุคคลดังกล่าว หากท่านพบเห็นและจับได้ทางวัดจะให้รางวัลนำจับ 10,000 บาท ประกาศ ณ วันที่ 16 ก.ค.2549"

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า จากข่าวที่ออกมา ต้องขอความเป็นธรรมกับวัดแขกด้วย เพราะที่วัดไม่มีนโยบายไปขอบริจาคจากใคร อีกทั้งติดป้ายประกาศเตือนให้ประชาชนที่มากราบไหว้พระอุมาเทวีให้ทราบอย่างชัดเจน ถ้าใครอ่านก็จะทราบ หากมีใครมาหลอกลวงยังสามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของวัดได้ ส่วนคนที่หลอกลวงมาอ้างว่าเป็นร่างทรงของวัดนั้นไม่เป็นความจริง ร่างทรงของวัดแขกหรือพราหมณ์ที่ประกอบพิธีจะไม่สามารถออกนอกวัดได้อย่างเด็ดขาด รวมทั้งผู้ที่อ้างว่าเป็นร่างทรงจะเข้ามาทรงเจ้าภายในวัดก็ไม่ได้เช่นกัน ที่ผ่านมาวัดจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสน.ยานนาวา จำนวน 2-3 นาย มาเฝ้าทุกวันตั้งแต่เวลาเปิดจนถึงเวลาปิด เรื่องที่เกิดขึ้นวัดไม่มีส่วนรู้เห็นด้วยอย่างแน่นอน วัดสร้างมากว่า 100 ปีถือเป็นสถาบันที่เก่าแก่รองจากโบสถ์พราหมณ์เสาชิงช้า อีกอย่างทางวัดไม่ได้มีการเรียกร้องขอบริจาคอะไร คนมาทำบุญแค่ซื้อชุดบูชาชุดละ 60 บาทเท่านั้น เชื่อว่าการหลอกลวงไม่ได้เกิดขึ้นที่วัดแน่นอน

ด.ต.นิพนธ์ นาคะ เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ยานนาวา ที่มาดูแลความเรียบร้อยในวัด เปิดเผยว่า มีหน้าที่ดูแลภายในวัดมานาน เรื่องร่างทรงที่วัดไม่มีอย่างแน่นอน เมื่อมีใครมาทำตัวเป็นร่างทรงตนจะลากตัวออกไปนอกวัดทันที ส่วนผู้หญิงที่หายไปนั้นไม่เคยเห็น เพราะคนไทยที่เข้ามากราบไหว้ส่วนใหญ่ก็คล้ายๆกันหมด และเท่าที่ทราบไม่เคยมีข่าวว่ามีร่างทรงมาพักอาศัยอยู่ใกล้กับวัดแขกแต่อย่างใด

นางสุมนมาศ วุฒิสง่าธรรม ผอ.โรงเรียนสตรีวัดระฆัง เขตบางกอกใหญ่ กทม. กล่าวว่า สำหรับลูกๆของนายเศรษฐา 2 คน คนแรกคือน.ส.นวลจุฑา เพิ่งจบการศึกษาชั้นม.6 จากโรงเรียน ส่วนน.ส.ณิชารีย์ กำลังศึกษาอยู่ชั้นม.4 รู้สึกเป็นห่วงลูกศิษย์ทั้ง 2 คน ทั้งนี้โรงเรียนเปิดภาคเรียนแล้วตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค. โดยนายเศรษฐามาสอบถามอาจารย์ฝ่ายปกครองว่าน.ส.ณิชารีย์มามอบตัวหรือยัง ทางโรงเรียนแจ้งไปว่านักเรียนยังไม่มาติดต่อแต่อย่างใด นายเศรษฐายังบอกว่าสงสัยเดินทางไปต่างประเทศกับมารดา

นางสุมนมาศกล่าวว่า จากการสอบถามอาจารย์ประจำชั้นของน.ส.นวลจุฑาทราบว่า เป็นเด็กเรียนดี พฤติกรรมเรียบร้อย มีความสนใจด้านภาษา เคยเป็นตัวแทนของโรงเรียนไปแข่งขันตอบปัญหาภาษาอังกฤษด้วย ระหว่างที่เรียนก่อนจบชั้นม.6 มักจะชอบสอบถามอาจารย์ประจำชั้นว่า เทพเจ้าทางศาสนาฮินดูมีองค์ใดบ้าง และแต่ละองค์มีความวิเศษอย่างไร แต่ไม่มีพฤติกรรมอะไรที่ผิดปกติ หรือผลการเรียนอ่อนลงแต่อย่างใด ส่วนน.ส.ณิชารีย์จบชั้นม.3ของโรงเรียนและเข้าเรียนต่อชั้น ม.4 ก็เป็นเด็กเรียบร้อยเรียนดีเช่นเดียวกัน

ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) นางกิ่งแก้ว อินหว่าง รองผอ.สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวถึงกรณีครอบครัวนายเศรษฐา ว่า ปัญหาดังกล่าวน่าเป็นห่วง มีหลายรายที่ผู้หญิงถูกร่างทรงหลอกลวงหรือมีความเชื่อถือศรัทธาในเรื่องไสยศาสตร์จนต้องสูญเสียทรัพย์สินจำนวนมาก สังคมไทยมีความเชื่อเรื่องแบบนี้มานานมากจนถึงขั้นครอบงำ โดยเฉพาะผู้หญิงโดยตัวตนจะเชื่อคนง่าย เพราะมีความอ่อนแอทางจิตใจ ต้องการที่พึ่งทางใจ เมื่อร่างทรงพูดจาหว่านล้อมทำให้ลุ่มหลงได้ง่าย ขณะนี้มีผู้หญิงจำนวนมากตกเป็นเหยื่อ เช่นร่างทรงหลอกลวงทำเสน่ห์ มนต์ดำให้ผู้หญิงเพื่อมัดใจสามี หรือให้ช่วยตามสามีกลับมา จนต้องเสียทั้งทรัพย์เสียทั้งตัว กรณีนี้น่าจะเป็นบทเรียนกับครอบครัวอื่นๆเร่งสำรวจคนในครอบครัวตัวเอง หากพบผิดสังเกตหรืออาจถูกล่อลวงต้องหาทางป้องกันช่วยเหลือโดยด่วน

 

 

ที่มาจากหนังสือพิมพ์ ข่าวสด

ประจำวันที่ 19 พฤษภาคม 2550 (หน้า 1)

_____________________________________________________________________________________
 
(อ่านข่าวเก่า : [18 พ.ค. 50]ข่าวจากนสพ.ข่าวสด) :-
 

หลงร่างทรงแขก ลูกเมียเสี่ยหอบ 6 ล้านไปอินเดีย

 


ความคิดเห็นที่ 62
ทุกคนเวลามีปัญหาย่อมหาทางออก  แต่บางครั้งอาจตัดสินใจไม่เหมือนคนอื่น  ไม่มีใครผิด  ไม่มีใครถูกเรื่องในครอบครัวเขา  เราไม่ได้อยู่กับเขา  อย่าว่าเขาโก*  ดูๆไปก่อน  ฟังทุกฝ่าย  ปัญหาครอบครัวมีตั้งแต่ความเข้าใจกัน  ความรักที่มีให้กัน  สภาพการเงิน  สัมพันธภาพของญาติๆ  แม้แต่เพศสัมพันธ์  ไม่ได้ใช้เรื่องใดเรื่องหนึ่งมาตัดสิน  อีกอย่างคนเรามีขีดจำกัดของความอดทนที่แตกต่างกัน  ผู้หญิงเป็นเพศที่มีความอดทนสูง  ธรรมชาติจึงให้อุ้มท้องและคลอดลูก  ลองให้ผู้ชายอุ้มท้องแบบม้านำบ้างซิแล้วจะรู้ว่า *- ** เดือนที่ต้องระมัดระวังอีกชีวิตเพื่อให้เกิดมาสมบูรณ์  ครบสามสิบสองประการต้องอดทนขนาดไหน  อย่าว่าเขานักเลย
แจ้งลบ
โดยคุณ แจมหน่อย วันที่ 23 พ.ค. 2550 เวลา 22:44:29 น.

ความคิดเห็นที่ 61
คนมันอยากดัง ขายข่าวแต่เรื่องไร้สาระ
แจ้งลบ
โดยคุณ *** วันที่ 21 พ.ค. 2550 เวลา 7:14:23 น.

ความคิดเห็นที่ 60
ก็เพราะคนไทยทุกวันนี้ห่างเหินจากหลักของชาวพุทธที่แท้จริงนะสิ  ไม่เห็นแก่นแท้ของศาสนาตัวเอง   หังใจของพุทธศาสนา  3 ประการคือ  การกระทำความดี เว้นจากการทำบาปทั้งปวง  ทำจิตใจให้สะอาดผ่องใส    ถ้าทำทั้ง 3 อย่างนี้ได้เราก็จะเกิดปัญญาขึ้นมา(แต่ถ้าจะให้มีปัญญาที่แท้จริงจะต้องฝึกฝน  ปฏิบัติให้ได้อีก 3 ประการ คือ ถือศีลรักษาศีล  ก็จะเกิดสมาธิ  พอเกิดสมาธิแล้วก็จะทำให้เราเกิดปัญญาในการแก้ปัญหาต่าง ๆ)  ซึ่ง ในการแก้ปัญหาที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของคนเราทุกคนนั้น  เราต้องยอมรับให้ได้ว่าเราชาวพุทธ  ทุกคนมีกรรมคือผลของการกระทำ  ซึ่งจะมีทั้งกรรมดี(กุศล) และกรรมชั่ว(อกุศล)  ที่จะตามมา  และต้องยอมรับให้ได้ว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็เป็นพระผลของกรรมทั้งนั้น  เราต้องพยายามใช้ปัญญาในการไตร่ตรอง  หาทางแก้ปัญหาให้ถูก  อย่าเชื่อมงคลตื่นข่าว  คือได้ฟังมาอย่างไรก็เชื่อไปอย่างนั้น   พระพุทธเจ้าพระองค์ท่านสอนว่าอย่าเป็นคนเชื่องมงาย  จงเป็นคนมีเหตุผลในการเชื่อ  ...............เอาไว้*กาสหน้าจะขอบรรยายต่อนะครับ  ขอบพระคุณทุกท่านที่อ่าน
แจ้งลบ
โดยคุณ ทหารเด็กวัด วันที่ 20 พ.ค. 2550 เวลา 19:48:17 น.

ความคิดเห็นที่ 59


                       ทำไม นะ ทะเลาะกันต้องออกนอกบ้าน เที่ยวไปให้คนอื่นๆปลอบใจ แล้วก็ให้เชา เอา  ของแขกมันใหญ่ ใครๆก็รูแม่ลูกอ่อนลูกเยอะๆ ฮี มันก็กว้าง  ของผัวมันจะไปถึงใจได้ไง พอเจอของแขก ทั้งยาวทั้งใหญ่ มันก็เลยมันมากติดใจเลย  จริง มะ ไม่งั้นไม่ตามมันไปจนถึงอินเดียหรอก  อย่างนี้ต้องให้ ม้าเอา มันถึงจะพอใจ ใช่ มะ อี*เหล็ก
แจ้งลบ
โดยคุณ เดช เดชาชาญ วันที่ 20 พ.ค. 2550 เวลา 16:44:03 น.

ความคิดเห็นที่ 58
น่าจะเป็นเรื่องมีปัญหาภายในครอบครัว   แล้วผู้หญิงมาสิ่งยึดเหนียวจิดใจ
อะไรที่เข้าใจเขา ที่เคยเจอมามีอีกหลายลัดธิที่ทำแบบนี้  ในช่วงที่จิตใจของคนเราอ่อนแอ หรือท้อแท้ มีปัญหา พวกนี้จะเข้าครอบงำทันที จะเข้าครอบงำโดยที่ไม่รู้ตัว แล้วใช้ศาสนาบังหน้า เป็นเครื่องยึดเหนี่ยว มาจากจีน ญี่ปุ่น อินเดีย และอีกหลายประเทศ  
แจ้งลบ
โดยคุณ Bu*pe*@h****il. วันที่ 20 พ.ค. 2550 เวลา 11:12:07 น.

ความคิดเห็นที่ 57
...อยู่กันมานานมันเบื่อ ผัวเบื่อเมีย แอบมีเมียน้อย มีกิ๊ก เมียก็เบื่อผัวบ้าง แต่ผู้หญิงทำอะไรชัดเจนมากไม่ได้ สังคมประนาม แล้วทางออกที่ดี ควรเป็นอย่างไร...ใครรู้วานบอกที..
แจ้งลบ
โดยคุณ การะเกด วันที่ 20 พ.ค. 2550 เวลา 10:07:22 น.

ความคิดเห็นที่ 56
จากประสบการณ์เท่าที่เคยสัมผัสมา ส่วนใหญ่ปัญหาครอบครัวที่เกิดขึ้น มักมีสาเหตุมาจากผู้ชายก่อนนะ..แต่เขาไม่ยอมรับกันต่างหาก...ถ้าสามีดีจริง ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากหย่าหรอกนะ...
แจ้งลบ
โดยคุณ เป็นกลาง วันที่ 19 พ.ค. 2550 เวลา 16:52:38 น.

ความคิดเห็นที่ 55
สงสัยเล็กไม่เอาเอาใหญ่ไว้ก่อน(โดนชัวว์)
แจ้งลบ
โดยคุณ - วันที่ 19 พ.ค. 2550 เวลา 16:45:57 น.

ความคิดเห็นที่ 54
ผมว่าเรืองนี้โดนหลอกชัว   เปงคนไทยแท้ๆดันไปเชือศาสนาอืน   ผมว่า  ภรรยาโดนหลอกแน่ครับ คนเราถ้าทะเลาะกันก็หย่าเลยจบเรือง  แต่นี้ไม่ใช้  เห็นว่าผู้หญิงมีเงินเลยหลอก
  เห็นใจสามีนะครับ  หาเมียใหม่ดีกว่า  เงินก็ไม่ต้องให้ภรรยา  ดูสิว่าหมอแขกจะยังจะพาไปอยูอินเดียหรือเปลา
แจ้งลบ
โดยคุณ คนดีที่โลกรอ วันที่ 19 พ.ค. 2550 เวลา 15:19:03 น.

ความคิดเห็นที่ 53
ง่ะ  หนีเพราะโดนซ้อม เวรกรรม ทนมาได้ไงตั้ง**กว่าปี
แจ้งลบ
โดยคุณ แอม วันที่ 19 พ.ค. 2550 เวลา 14:56:40 น.

ความคิดเห็นที่ 52
เราเคยไปวัดของอาจารย์ดาส ไม่ใช่วัดเถื่อนและเป็นวัดที่ถูกต้องเป็นวัดเล็กๆที่ซอยพุทธ*สถ  และตัวอาจารย์เองไม่เคยเรียกร้องเงินบริจาค แล้วแต่จะทำบุญ คนอินเดียที่เป็นผู้อุปถัมถ์ก็เป็นผู้ที่มีฐานะและมีชื่อเสียงในกรุงเทพ ฯ ตัวอาจารย์เองไม่ใช่*ทรง คนที่จะให้ติกกะ ( เจิมหน้า) ได้ต้องเป็นพราหมณ์เท่านั้น ข่าวออกมาแบบนี้ ไม่นึกถึงคนที่เป็นฮินดูว่าจะมีความรู้สึกอย่างไร การบูชาเทพ ไม่ใช่เรื่องงมงายไร้สาระ เพราะในเวลาที่เราไม่มีใครและไม่เหลือใคร จะมีมือขององค์ท่านยื่นมาช่วยจนบ้างครั้งไม่คิดว่าจะผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมาได้  เรื่องนี้เป็นเรื่องของครอบครัว  สังคมไทยยังไม่มีทางออกให้กับผู้หญิงที่เป็นเมียที่ดีเท่าไรนัก
คนที่เป็นสามีของคุณนันทนาน่าจะรู้ว่าเรืองนี้มีสาเหตุมาจากไหนนะ
แจ้งลบ
โดยคุณ คนบูชาเทพ วันที่ 19 พ.ค. 2550 เวลา 12:23:58 น.

ความคิดเห็นที่ 51
คนเราทุกคน ต่างก็มีปัญหาทั้งนั้น ขึ้นอยู่ที่ว่าจะหาทางออกอย่างไร
ดังนั้นสามีควรจะเห็นใจ และรักครอบครัวให้มากๆ อย่าให้เกิดการ
เก็บกด และเกิดเหตุแบบนี้อีก หากรักครอบครัวจริง
แจ้งลบ
โดยคุณ **ny****@h****il.c** วันที่ 19 พ.ค. 2550 เวลา 12:18:44 น.


ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อข่าวนี้
ชื่อ / อีเมล์
Security Code กรอก Security Code
รายละเอียด   
สามารถพิมพ์ข้อความได้อีก ตัวอักษร
 

สุดยอด 10 เครื่องราง ของขลัง ดูทั้งหมด 2,000 รายการ คลิกที่นี่
ของอาถรรพ์ ใช้ผัวหลง/สาวหลง ของให้โชคการพนัน ของขลังฝังเสาบ้าน  เหล็กไหล  แก้วขนเหล็ก ปู่ทวดรุ่นเหล็กไหล
ขุนแผน/นางกวักมหาเสน่ห์ น้ำมันหุงผัวหลง/สาวหลง  ถุงแดง 9 ของขลัง  มีดหมอล้างอาถรรพ์เหล็กน้ำพี้

                   


หวยมีสุข / หวยกูสยาม / ดูดวง  / ดูดวงมีสุข  / ดูชื่อสกุล / ฟุตบอลบนดิน / ฟรีเว็บสำเร็จรูป / แจกเครื่องรางของขลัง / มีเกมส์
จีเกมส์ / ภาคเหนือ / ดูดวงกูสยาม / สารบัญเว็บมีสุข / สารบัญเว็บกูสยาม / เกมส์กูสยาม / ฟังเพลง / ฟุตบอลเด็ด / งานราชการ
ตลาดออนไลน์  / ข่าว หนังสือพิมพ์ / วาไรตี้ / คลิป VDO / ข่าวดารา / ของเด็ด / โปรแกรม /  ผู้หญิงSEX /  เกมส์มัน /  Site map