ดูงานล่าสุด /หน้าแรกงาน





หน้ารวมหางาน  ฝากประกาศงานที่เมล์  meesook9@yahoo.com ใส่หัวข้อเมล์ว่า ฝากงาน

งานราชการ  งานรัฐวิสาหกิจ  งานเอกชน  งานสถาบันการศึกษา  แหล่งคู่มือสอบ  รวมเว็บไซต์หางาน

         


หางาน งานราชการ วันเสาร์ที่ 1 พ.ย. 2557

 หางาน Add ตั้งเป็นหน้าแรก  

เมนูหางาน
   หน้าแรกหางาน
   มุมสมาชิกหางาน
      แก้ไขหางาน
      แก้ไขโลโก้หางาน
ชื่อหางาน
รหัสหางาน   
ลืมรหัสผ่าน สมัครหางาน
   หางานตามหมวดหมู่
    หางานทุกหมวด
    งานรัฐวิสาหกิจ
    งานราชการ
    งานสถานศึกษา
    งานเอกชน
   ลำดับงาน
     งาน. แรกอยู่หน้าแรก
     งาน. ล่าสุดอยู่หน้าแรก
  เลือกสีงาน   1 2 3 4 5 6 7


 

อังคณา


พิมพ์
ส่งให้เพื่อน
กรมสุขภาพจิต รับนักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติการ รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 19 กันยายน 2554)

กรมสุขภาพจิต รับนักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติการ (บัดนี้ - 19 กัน ยายน 2554)
   
 ด้วย กรมสุขภาพจิต จะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการใน ตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติการ ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 และหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004.1/ว 15 ลงวันที่ 11ธันวาคม 2551 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการจึงประกาศรับสมัครสอบแข่งขันฯ ดังรายละเอียดต่อไปนี้
 
 
 1. ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง และเงินเดือนที่จะได้รับ
 ตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติการ อัตราเงินเดือนระหว่าง 9,140 – 9,420 บาท
 
 
 ทั้งนี้ จะได้รับเงินเดือนเท่าใดให้เป็นไปตามประกาศกรมสุขภาพจิต ลงวันที่ 7 มิถุนายน 2554 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การให้ได้รับเงินเดือนตามคุณวุฒิตาม ช่วงเงินเดือน
 
 
 2. จำนวนตำแหน่งว่างครั้งแรก 2 ตำแหน่ง
 - ศูนย์สุขภาพจิตที่ 10 อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
 - โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
 
 
 3. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
 ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถทางวิชาการในการทำงาน ปฏิบัติงานด้านสังคมสงเคราะห์ ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
 โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้
 
 1. ด้านการปฏิบัติการ
 (1) ค้นหาข้อเท็จจริง สัมภาษณ์ สอบประวัติ เยี่ยมบ้าน ติดตาม สืบเสาะหาข้อเท็จจริง รวมทั้งศึกษาชุมชน และประเมินสภาวะทางสังคมเบื้องต้น เพื่อวินิจฉัยและให้บริการทางสังคมแก่กลุ่มเป้าหมายในระดับบุคคล ครอบครัว กลุ่ม และชุมชน
 
 (2) ให้บริการการปรึกษา แนะนำ ช่วยเหลือ บำบัด ฟื้นฟู ป้องกัน ปกป้องคุ้มครอง และพัฒนากลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้
 
 (3) รวบรวม ประมวล สรุป จัดลำดับความสำคัญและความรุนแรงของปัญหารวมทั้งวิเคราะห์สาเหตุและผลกระทบของปัญหา เพื่อประกอบการวางแผนให้ความช่วยเหลือ พิทักษ์สิทธิและพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเป้าหมาย
 
 
 (4) สำรวจ รวบรวม ศึกษา สรุปจัดทำรายงานด้านสังคมสงเคราะห์
 
 (5) รวบรวม จัดเก็บข้อมูล สถิติเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านสังคมสงเคราะห์ เพื่อประกอบการจัดทำเครื่องมือทางสังคมสงเคราะห์ คู่มือ แนวทางปฏิบัติ เอกสารวิชาการ สื่อเพื่อนำไปใช้ในการดำเนินงานด้านสังคมสงเคราะห์
 
 (6) จัดทำข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์และปัญหาของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อประกอบการพัฒนาและวางแผนด้านสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์ และด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
 
 2. ด้านการวางแผน
 วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงานหรือโครงการเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด
 
 3. ด้านการประสานงาน
 
 (1) ประสานการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกทีมงานหรือหน่วยงาน เพื่อให้เกิดความร่วมมือและผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนด
 
 (2) ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล ข้อเท็จจริง แก่บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้มอบหมาย
 
 4. ด้านการบริการ
 
 (1) ให้คำแนะนำและให้บริการทางวิชาการแก่บุคคล หน่วยงานและองค์กรต่างๆเกี่ยวกับแนวทางในการดำเนินงานด้านสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์ เพื่อพัฒนาความรู้ เทคนิค ทักษะในการดำเนินงานและพัฒนาบริการด้านสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์
 
 (2) ให้บริการข้อมูล เอกสาร ตำรา สื่อ และคู่มือในรูปแบบต่างๆ เกี่ยวกับการสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์แก่ครอบครัว กลุ่ม ชุมชน องค์กร หน่วยงานภาครัฐ เอกชนเครือข่าย ประชาชนทั่วไปและผู้ที่สนใจ เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และเพื่อประโยชน์ในการจัดบริการทางสังคมและการให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มเป้าหมายอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
 
 (3) ร่วมจัดการฝึกอบรมและถ่ายทอดความรู้แก่บุคลากรภายในหน่วยงาน ครอบครัวกลุ่มชุมชน หน่วยงานภาครัฐ เอกชน เครือข่ายและประชาชนทั่วไปเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับงานด้านสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย
 
 
 4. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบ
 
 4.1 ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติทั่วไป และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ดังต่อไปนี้
 
 ก. คุณสมบัติทั่วไป
 
 (1) มีสัญชาติไทย
 
 (2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี
 
 (3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ
 
 ข. ลักษณะต้องห้าม
 
 (1) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
 
 (2) เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.
 (3) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการ หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น
 
 (4) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม
 
 (5) เป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
 
 (6) เป็นบุคคลล้มละลาย
 
 (7) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
 
 (8) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
 
 (9) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก หรือปลดออก เพราะกระทำผิดวินัยตาม
 พระราชบัญญัตินี้ หรือตามกฎหมายอื่น
 
 (10) เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก เพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น
 
 (11) เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือน ซึ่งผู้ที่มีลักษณะต้องห้ามตาม ข.
 (4) (6) (7) (8) (9) (10) หรือ (11) ก.พ. อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้ แต่ถ้าเป็นกรณีมีลักษณะต้องห้ามตาม (8) หรือ (9) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสองปีแล้ว และในกรณีมี
 ลักษณะต้องห้ามตาม (10) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสามปีแล้ว และต้องมิใช่เป็นกรณีออกจากงานหรือออกจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่ สำหรับผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 ข. (1)
 ให้มีสิทธิสมัครเข้าสอบแข่งขันได้ แต่จะมีสิทธิได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญตามที่สอบแข่งขันได้ต่อเมื่อพ้นจากการเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว
 
 * สำหรับพระภิกษุหรือสามเณร ทางราชการไม่รับสมัครและไม่อาจให้เข้ารับการคัดเลือกเพื่อบรรจุเข้ารับราชการ ทั้งนี้ ตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ที่ นว
 9/2501 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2501 และตามความในข้อ 5 ของคำสั่งมหาเถรสมาคม ลงวันที่ 17 มีนาคม 2538
 
 4.2 ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ดังนี้
 ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชา
 สังคมสงเคราะห์ศาสตร์ และเป็นผู้ขึ้นทะเบียนผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) ระดับ
 ปริญญาตรีของ ก.พ.
 
 
 5. การรับสมัคร
 
 5.1 วัน เวลา และสถานที่รับสมัคร
 ให้ผู้ประสงค์จะสมัครสอบขอและยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่ กองการเจ้าหน้าที่ กรมสุขภาพจิต
 ชั้น 2 อาคาร 2 กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี
 โทร 0 2590 8062 ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม – 19 กันยายน 2554 ในวันราชการ ภาคเช้าเวลา 09.00
 ถึงเวลา 12.00 น. ภาคบ่ายเวลา 13.00 ถึงเวลา 15.30 น.
 
 5.2 ค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ
 ผู้สมัครสอบต้องเสียค่าธรรมเนียมสอบสำหรับตำแหน่งที่สมัครสอบในอัตรา 200 บาท
 
 5.3 หลักฐานที่ต้องยื่นพร้อมใบสมัครสอบ
 1) รูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก และไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด 1 นิ้ว ถ่ายครั้งเดียวกัน
 ไม่เกิน 1 ปี (นับถึงวันปิดรับสมัคร) จำนวน 3 รูป
 2) สำเนาปริญญาบัตร หรือหนังสือรับรองฉบับสภามหาวิทยาลัยอนุมัติ และระเบียนแสดงผลการเรียน (Transcript of Records) ที่แสดงว่าเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงกับตำแหน่งที่สมัครสอบจำนวนอย่างละ 2 ฉบับ ทั้งนี้ ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรขั้นปริญญาบัตรของสถานศึกษาใดนั้น จะถือตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษานั้นๆเป็นเกณฑ์ โดยจะต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติภายในวันปิดรับสมัคร คือ วันที่19 กันยายน 2554ในกรณีที่ไม่สามารถนำหลักฐานการศึกษาดังกล่าวมายื่นพร้อมใบสมัครสอบได้ให้นำหนังสือ
 รับรองคุณวุฒิที่สถานศึกษาออกให้ โดยระบุสาขาวิชาที่สำเร็จการศึกษา และวันที่ที่ได้รับอนุมัติปริญญาบัตรซึ่งจะต้องอยู่ภายในกำหนดวันที่ปิดรับสมัครมายื่นแทน
 
 3) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน จำนวนอย่างละ 1 ฉบับ
 4) สำเนาหลักฐานอื่นๆ เช่น ใบสำคัญการสมรส (เฉพาะผู้สมัครสอบเพศหญิง)ใบเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล (ในกรณีที่ชื่อ – นามสกุล ในหลักฐานการสมัครสอบไม่ตรงกัน) เป็นต้น อย่างละ1 ฉบับ
 5) สำเนาหนังสือรับรองผลการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของ ก.พ.
 ระดับปริญญาตรี ของ ก.พ. จำนวน 1 ฉบับ
 6) ใบรับรองแพทย์ ซึ่งออกให้ไม่เกิน 1 เดือน และแสดงว่าไม่เป็นโรคต้องห้ามตาม
 กฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ.2553 ซึ่งได้แก่
 - วัณโรคในระยะแพร่กระจายเชื้อ
 - โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม
 - โรคติดยาเสพติดให้โทษ
 - โรคพิษสุราเรื้อรัง
 - โรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคเรื้อรังที่ปรากฏอาคารเด่นชัดหรือรุนแรงและเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ตามที่ ก.พ.กำหนด
 ทั้งนี้ ในสำเนาหลักฐานทุกฉบับให้ผู้สมัครเขียนคำรับรองว่า “สำเนาถูกต้อง” และลงชื่อกำกับไว้ด้วย (ให้นำหลักฐานต้นฉบับทุกฉบับมาตรวจสอบด้วย)
 
 
 6. เงื่อนไข ที่ผู้สมัครควรทราบ
 6.1 ผู้สมัครสอบจะต้องเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งของผู้มี
 สิทธิสมัครสอบ ในข้อ 4.2 โดยต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติ ภายใน
 วันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 19 กันยายน 2554 ทั้งนี้ การสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรขั้นปริญญา
 บัตรของสถานศึกษาใด จะถือตามกฎหมาย กฎหรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของ
 สถานศึกษานั้นเป็นเกณฑ์
 6.2 ผู้สมัครสอบต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติตรง
 ตามประกาศรับสมัครสอบ และต้องกรอกรายละเอียดต่างๆ ให้ถูกต้องครบถ้วนตรงตามความเป็นจริง ในกรณี
 ที่มีความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัคร หรือตรวจพบว่าเอกสารหลักฐาน ซึ่งผู้สมัครสอบนำมายื่นไม่ตรงหรือไม่
 เป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบ กรมสุขภาพจิตจะถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบ
 ครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น และจะไม่คืนค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ
 
 
 7. การประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ
 กรมสุขภาพจิต จะประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับ
 การสอบในวันที่ 26 กันยายน 2554 ทางเว็บไซต์ www.dmh.go.th และ www.hr.dmh.go.th
 
 
 8. หลักสูตรและวิธีการสอบ
 8.1 ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) (คะแนนเต็ม 200 คะแนน)
 ความรู้เฉพาะตำแหน่งด้านสังคมสงเคราะห์ เกี่ยวกับ
 1) ความรู้สังคมสงเคราะห์ศาสตร์ทั่วไป
 2) ความรู้ในการจัดทำแผนและบริหารแผน นโยบาย โครงการ
 3) ความรู้ในด้านการประสานงานสังคมสงเคราะห์
 4) ความรู้ในด้านการบริการสังคมสงเคราะห์
 8.2 ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)ประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่จากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้าสอบและจากการสัมภาษณ์ ทั้งนี้
 อาจใช้วิธีการอื่นใดเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่างๆ เช่น ความรู้ที่อาจใช้เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความสามารถ ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ
 จรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือน คุณธรรม จริยธรรม การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน รวมทั้งสังคม และสิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปฏิภาณไหวพริบ และบุคลิกภาพอย่างอื่น เป็นต้น และรวมถึง
 สมรรถนะหลัก สมรรถนะที่จำเป็นทั้งนี้ จะทดสอบภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งก่อน และเมื่อสอบผ่านภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งแล้ว จึงจะมีสิทธิเข้าสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง
 
 
 9. เกณฑ์การตัดสิน
 ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สอบแข่งขันได้ ต้องเป็นผู้สอบได้คะแนนในการสอบแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60
 
 
 10. การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
 การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ จะเรียงลำดับที่จากผู้ได้คะแนนรวมสูงสุดลงมาตามลำดับ ในกรณีที่มีผู้สอบได้คะแนนรวมเท่ากัน ให้ผู้สอบได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่งมากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า ถ้าได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่งเท่ากัน ให้ผู้ที่ได้รับเลขประจำตัวสอบก่อนเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่าการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ จะขึ้นบัญชีไว้เป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี นับตั้งแต่วันขึ้นบัญชีแต่ถ้ามีการสอบแข่งขันอย่างเดียวกันนี้อีก และได้ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่แล้ว บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ครั้งนี้ป็นอันยกเลิก
 
 
 11. การบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันจะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ โดยได้รับเงินเดือนตามคุณวุฒิที่กำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้น ตามที่ระบุไว้ในข้อ 1 ทั้งนี้ กรมสุขภาพจิตไม่รับโอนผู้ที่สอบแข่งขันได้ที่เป็นข้าราชการ หรือพนักงานของรัฐทุกประเภทไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
 
 
 12. กรณีนำรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งอื่น
 
 
 กรณีที่ส่วนราชการอื่นมีตำแหน่งว่างในตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการซึ่งต้องการบุคคลที่มีวุฒิการศึกษาอย่างเดียวกัน และมีความรู้ความสามารถทักษะและสมรรถนะที่เหมือนหรือใกล้เคียงกัน
 กับตำแหน่งที่ได้มีการสอบแข่งขันและขึ้นบัญชีไว้ ส่วนราชการที่มีตำแหน่งว่างสามารถนำรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งที่สอบครั้งนี้ไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งอื่นได้ การนำรายชื่อไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งอื่น ให้ถือว่าเป็นการสอบครั้งเดียวกันกับการสอบครั้งนี้ โดยผู้สอบแข่งขันได้มีสิทธิที่จะ
 ได้รับการบรรจุได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
   
 

 เครื่องราง ของขลัง หายาก
1. วัตถุมงคลมาใหม่
2. ของขลังหายาก
3. ดาบ มีดหมอ พระขรรค์
4. ไหลดำ ไหลเขียว
5. พระประจำวันเกิด
6. พระบูชา คนไทยนิยม
7. องค์ หลวงพ่อ หลวงปู่ ครูบา
8. พระพิมพ์ พระสมเด็จ ชุดเบญจภาคี
9. พระพิฆเนศวร
10. องค์กษัตริย์ นักรบ
11. วัตถุมงคล ค้าขาย โชคลาภ ร่ำรวย
12. ลูกประคำ ตะกรุด
13. ชุดวัตถุมงคล แขวนบ้าน หน้ารถ
>>>ดูเครื่องรางของขลังทั้งหมด<<<

 


สุดยอด 10 เครื่องราง ของขลัง ดูทั้งหมด 2,000 รายการ คลิกที่นี่
ของใช้ผัวหลง/สาวหลง ของให้โชคการพนัน ของขลังฝังเสาบ้าน เหล็กไหล แก้วขนเหล็ก ปู่ทวดรุ่นเหล็กไหล
ขุนแผน/นางกวักมหาเสน่ห์ น้ำมันหุงผัวหลง/สาวหลง ถุงแดง 9 ของขลัง มีดหมอล้างอาถรรพ์เหล็กน้ำพี้

         



หวย / หวยกูสยาม / ดูดวง / ดูดวงมีสุข / ดูชื่อสกุล / ฟุตบอล / เว็บสำเร็จรูป / แจกของขลัง / มีเกมส์ / เกมส์ / ภาคเหนือ / ดูดวงกูสยาม / สารบัญเว็บมีสุข / สารบัญเว็บ / เกมส์กูสยาม / ฟังเพลง / ฟุตบอลเด็ด / งานราชการ / ตลาด / ข่าว/ วาไรตี้ / คลิป VDO / ข่าวดารา / ของเด็ด / โปรแกรม / ผู้หญิงSEX / เกมส์มัน / Site map

หน้ารวมหางาน  ฝากประกาศงานที่เมล์  meesook9@yahoo.com ใส่หัวข้อเมล์ว่า ฝากงาน
 
งานราชการ , งานรัฐวิสาหกิจ , งานเอกชน , งานสถาบันการศึกษา , แหล่งคู่มือสอบ , รวมเว็บไซต์หางาน

ประกาศลิขสิทธิ์ผลงานตามกฎหมาย พ.ร.บ.2537
ติดต่อเจ้าหน้าที่ดูแลคอลัมน์งาน หางาน สมัครงาน งานราชการ ได้ที่
meesook9@yahoo.com