เครื่องรางของขลัง แนะนำ
1.ของเสน่ห์ เสริมความรัก คู่รัก คลิกที่นี่
2.
ของให้โชคเสริมหวย งาน เงิน คลิกที่นี่
3.
วัตถุมงคลมาใหม่ล่าสุด คลิกที่นี่
4.
วัตถุมงคลทั้งหมดคลิกที่นี่


คอลัมน์พระเครื่อง เหล็กน้ำพี้ ดาบเหล็กน้ำพี้ เหล็กไหล วัตถุมงคล พระสมเด็จ พระกรุ พระเก่า พระผง พระแจกฟรี มีดเหล็กน้ำพี้ มีดหมอเหล็กน้ำพี้ ของเสน่ห์ ของเสน่ห์แรงๆ ของเสน่ห์เขมร แก้วขนเหล็ก เพชรหน้าทั่ง เหล็กไหล7สี

เพิ่มเพื่อนทางไลน์
เพิ่มเพื่อนทางไลน์

มาเป็นเพื่อนกันเถอะ ไอดีไลน์ @line55
สแกน QR Code ด้านล่างนี้

พระเจ้าแผ่นดินกับ'เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด'
พระเครื่อง
IP : 182.53.208.179


21 ธ.ค. 2557
เวลา 11:14:14 น.

พระเจ้าแผ่นดินกับ"เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด"

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ มาที่วัดบ้านไร่วันที่ ๑๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๓๘ เพื่อทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่บุษบกเหนือพระอุโบสถวัดบ้านไร่ เหล่าพสกนิกรชาวบ้านโดยเฉพาะชาวบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา และพื้นที่ใกล้เคียงต่างก็ได้มารวมตัวกันมากเพื่อชื่นชมในพระบารมี เฝ้ารับเสด็จทั้งสองพระองค์อย่างเนืองแน่น ทั้งนี้ ได้การจัดสร้างพระยอดธงรุ่นแรกหรือรุ่นทูลเกล้าเนื่องในโอกาสดังกล่าว

เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทราบถึงความลำบากยากแค้นของชาวด่านขุนทด ซึ่งประสบปัญหาขาดแคลนน้ำทุกปี จึงพระราชทานพระราชดำริและเงินจำนวนดังกล่าวให้กรมชลประทานดำเนินการโครงการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวด่านขุนทด ภายใต้ชื่อ "โครงการพัฒนาลำน้ำสาขาห้วยสามบาท อันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริ"

ในครั้งนั้นพระเทพวิทยาคม หรือคูณ ปริสุทฺโธ พระเกจิแห่งบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งลูกศิษย์ได้ตั้งสมญาให้เป็น "เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด" ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเงินปัจจัย ๗๒ ล้านบาท โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย คนกว่าสองแสนชีวิตต่างพากันมีความปลื้มปีติอย่างหาที่สุดมิได้ โดยเฉพาะตัวของหลวงพ่อคูณเองที่เป็นผู้ที่เรียกได้ว่าเนรมิตงานประวัติศาสตร์ในครั้งนั้นได้สำเร็จ

ทั้งนี้ หลวงพ่อคูณ เปิดเผยกับลูกศิษย์ภายหลังว่า “กูรู้สึกดีใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ บุญทานอื่นทำมามาก แต่ทำบุญกับพระเจ้าอยู่หัวยังไม่ได้ทำ.. ทำบุญกับท่านยิ่งใหญ่นัก ได้ทูลเกล้าฯ ถวาย ๗๒ ล้านบาท ภูมิใจมหาศาล เงินที่ลูกหลานบริจาคทีละเล็กละน้อยสะสมรวมไว้เพื่อทูลเกล้าฯ ถวาย พี่น้องจะได้รับอานิสงส์ด้วย พี่น้องรู้ว่าทูลเกล้าฯ ถวายพระเจ้าอยู่หัวก็ดีใจมาก ชาวต่างประเทศก็มากันมาก จีนก็มา เกาหลีก็มา อินเดียก็มา ทำแล้วแต่กำลัง คนละสิบบาท ยี่สิบบาท มากันทุกวัน ยิ่งถ้ามาช่วยกันแล้วก็ไม่ได้มาหาสิ่งตอบแทนอะไร เขามาด้วยศรัทธากันจริงๆ"

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้นที่จะมีงานใหญ่ บรรดาลูกศิษย์ต่างก็พากันเป็นห่วง กลัวว่าหลวงพ่อคูณท่านจะพูดราชาศัพท์ไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้หลวงพ่อท่านก็บอกว่า "จะไปยากอะไร ก็พูดว่าขอถวายพระพรมหาบพิตร หรือไม่ก็ถวายพระพรคุณโยม ท่านสบายดีหรือ ... ท่านคงจะไม่ถือ เพราะท่านเป็นจอมปราชญ์ พูดอย่างไรกับท่าน ท่านก็ย่อมรู้ดี”

ไหวพริบและวิจารณญาณของหลวงพ่อคูณช่างน่ายกย่อง ท่านเลือกใช้คำพูดอย่างถูกกาลเทศ และทราบถึงพระจริยวัตรและน้ำพระทัยอันยิ่งใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดีว่าพระองค์ท่านไม่เคยถือตัวถือตนว่าเป็นพระมหากษัตริย์เลย เป็นจอมปราชญ์ดังที่หลวงพ่อคูณกล่าวยกย่องอย่างแท้จริง ยังความปลาบปลื้มและความสุขอันประมาณไม่ได้มาสู่ชาวบ้านไร่และหลวงพ่อคูณ ปริสิทฺโธ ยิ่งนัก

คราวนั้นทั้งสองพระองค์ทรงปลูกต้นคูณไว้ด้วย ที่เราสามารถเห็นได้ที่ลานกลางวัด และว่ากันว่าเป็นวันที่หลวงพ่อคูณภูมิใจมากที่สุดในชีวิต และจากคำบอกเล่าของลูกศิษย์ใกล้ชิด และเคยถามหลวงพ่อว่า ในหลวงทรงตรัสอะไรกับหลวงพ่อบ้าง

หลวงพ่อคูณเงียบเพียงครู่ ก่อนจะตอบมาเบาๆ ว่า “มึงรู้ไหม มือพระองค์เป็นมือคนทำงานอย่างก๊ะชาวไร่ชาวนา แข็งกระด้างมากๆ" และเมื่อถูกถามอีกว่า “หลวงพ่อใช้คำเรียกพระองค์ว่าอะไร หลวงพ่อท่านเงียบ แล้วก็ตอบว่า พระองค์ตรัสประโยคแรกว่า…"หลวงพ่อครับ พูดตามปกตินะครับ ผมเป็นคนไทย”

ในหลวงกับสมเด็จพระสังฆราช

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อครั้งทรงดำรงสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ในพระราชทินนามที่พระโศภณคณาภรณ์ ทรงได้รับเลือกให้ปฏิบัติหน้าที่พิเศษเป็น “พระอภิบาล” (พระพี่เลี้ยง) ของพระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ในระหว่างที่เสด็จออกทรงผนวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาและเสด็จประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันจันทร์ที่ ๒๒ ตุลาคม-วันจันทร์ที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๙๙ ทรงปฏิบัติสมณธรรมรวมเป็นเวลา ๑๕ วัน จึงทรงลาผนวช

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) ขึ้นเป็น สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เมื่อวันศุกร์ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเส็งเอกศก จุลศักราช ๑๓๕๑ ตรงกับวันที่ ๒๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๓๒ ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ท่ามกลางมหาสังฆนิบาติ พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการทหารพลเรือน เป็นแบบแผนพระราชพิธีที่ปฏิบัติต่อมา นับเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ช่วงก่อนที่จะได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช ประมาณ พ.ศ.๒๕๒๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มักเสด็จฯ ไปที่วัดเพื่อสนทนาธรรม โดยรับเสด็จที่โบสถ์บ้าง ที่ตำหนักบ้าง แต่ช่วงหลังไม่สะดวก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงนิมนต์เจ้าพระคุณสมเด็จฯ กับพระสงฆ์อีก ๑๕ รูป เข้าไปในพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เพื่อถวายสังฆทานทุกวันจันทร์ หลังจากถวายสังฆทานแล้ว
จะทรงสนทนาธรรมเป็นเวลานับชั่วโมง

นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ส่งเจ้าหน้าที่ไปบันทึกโอวาทและเทศนาต่างๆ ในพระอุโบสถและคำสอนพระใหม่ คำอบรมกรรมฐานตอนกลางคืนของเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ที่วัดบวรนิเวศวิหาร และของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (วิน ธมมสาโร) วัดราชผาติการาม แล้วนำไปฟัง ซึ่งน่าจะเริ่มตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๑๐

ฝากผลงานไว้เพื่อพระเจ้าแผ่นดิน

"พระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงกับพระอริยสงฆ์" น้อยนักที่จะรู้ว่ากว่าครึ่งหนึ่งของภาพเป็นฝีมือการลั่นชัตเตอร์ของ "นายธรรมนูญ แสงรังษี" ที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอดเมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๖ อดีตนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

เมื่อครั้งที่นายธรรมนูญ ยังมีชีวิตอยู่ ได้ให้สัมภาษณ์กับ "คม ชัด ลึก" ไว้ว่าเริ่มเข้าทำงานที่กรมประชาสัมพันธ์ เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๐ ซึ่งเป็นยุคการปกครองภายใต้รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม

การตามเพื่อถ่ายภาพในหลวงเสด็จฯ ไปกราบพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบนั้น การเสด็จฯ ไปเยี่ยมราษฎรของในหลวงตามท้องถิ่นต่างๆ นั้น พระองค์ท่านจะเก็บข้อมูลสารทุกข์สุกดิบของคนจากคน ๓ กลุ่ม กลุ่มแรก ข้าราชการในท้องที่ กลุ่ม ๒ ประชาชนในท้องที่นั้นๆ และ ๓ พระสงฆ์ ทั้งนี้ พระองค์ท่านจะเสด็จฯ ไปวัดก่อน หรือหลังไปเยี่ยมเยียนราษฎรทุกครั้งไป เพราะพระสงฆ์จะรู้เรื่องราวทุกข์สุขของชาวบ้านทุกเรื่อง ที่สำคัญคือ เป็นข้อมูลที่ตรงไปตรงมา

อย่างไรก็ตาม ภาพภาพหนึ่งที่คนไทยคุ้นตาเป็นอย่างดี คือ ภาพในหลวงทรงถือกล้องและถ่ายภาพระหว่างเสด็จฯ ไปตามพื้นที่ต่างๆ หลายคนอาจจะเคยตั้งข้อสงสัยว่า "ทำไม?" จากการถ่ายภาพในหลวงเสด็จฯ ตามท้องที่ต่างๆ หากนำภาพที่ถ่ายมาเปรียบเทียบกันระหว่างประชาชนในพื้นที่ต่างๆ จะบ่งบอกถึงสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนได้อย่างชัดเจนที่สุด ตั้งแต่เสื้อผ้าที่สวมใส่มารับเสด็จ ร่ม หมวก งอบ รองเท้า ผ้าปูรองนั่ง ของที่ทูลเกล้าฯ ถวาย รวมทั้งผ้าปูที่ประชาชนมักปูเป็นลาดพระบาทให้ในหลวงเหยียบ ภาพถ่ายใบเดียวมีข้อมูลเหล่านี้บันทึกอยู่ทั้งหมด อย่างที่วงการถ่ายภาพพูดกันว่า “ภาพถ่าย ๑ ใบ แทนคำบรรยายได้ล้านคำ” นั่นแหละ

“สิ่งที่ผมประทับใจในหลวงมากที่สุดก็คือ ได้เห็นพระองค์ท่านไม่ถือพระองค์ว่าเป็นพระเจ้าอยู่หัว แต่ท่านทรงปฏิบัติตนเยี่ยงสามัญชน ท่านสามารถจะเข้าถึงพสกนิกรทุกชนชั้น โดยเฉพาะการถ่ายรูปของช่างภาพ พระองค์ท่านทรงเมตตาให้ช่างภาพสื่อต่างๆ อย่างใกล้ชิด ผมถ่ายภาพในหลวงกับพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบหลายรูป ทั้งเหนือ อีสาน และใต้ เช่น หลวงปู่แหวน หลวงปู่ฝั้น แต่ภาพหนึ่งที่คุ้นตาประชาชน คือ ภาพในหลวงกับหลวงพ่อคูณ โดยถ่ายไว้เมื่อครั้งทำงานที่การประปาส่วนภูมิภาค เพื่อนำมาทำปฏิทินในช่วงเทศกาลปีใหม่” นายธรรมนูญ กล่าวอย่างภูมิใจ

 







เพิ่มเพื่อนทางไลน์
เพิ่มเพื่อนทางไลน์

มาเป็นเพื่อนกันเถอะ ไอดีไลน์ @line55
สแกน QR Code ด้านล่างนี้


+ + +ร่วมกันแสดงความคิดเห็น + + +

ร่วมกันแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
แสดงความคิดเห็น

- สำหรับสมาชิกจะสามารถแนบไฟล์ได้
- บุคคลทั่วไป หากอยากได้สิทธิพิเศษในการโพสต์ คลิก
สมัครสมาชิก เลย
กรอกข้อมูลส่วนตัว
ผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก กรอกข้อมูลที่นี่
โดย *
อีเมล์
สมัครสมาชิก คลิกที่นี่
- ได้นามแฝงประจำบอร์ด ไม่ซ้ำใคร
- อัพโหลดไฟล์ได้
สมาชิกกรอกข้อมูลที่นี่ ระบบจะดึงข้อมูลส่วนอื่นๆ มาให้โดยอัตโนมัติ
แนบไฟล์






แทรกรูปภาพได้ไม่เกิน 400 K, ไฟล์อื่นๆ (.zip, .swf) ไม่เกิน 400 K
รูปภาพต้องเป็น *.jpg หรือ *.gif เท่านั้น
ชื่อล็อกอิน *
รหัสผ่าน *

แจกฟรีหลวงปู่ทวดทรงพญานาค1องค์คลิกที่นี่